ป้าพาเที่ยวเชียงดาว ภาคสอง
posted on 07 Jun 2008 11:16 by caninegirl in Diaryเมื่อวานป้าไปช่วยรุ่นน้องผ่าตัดคนไข้ที่อ่างทองมา
กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม เหนื่อยม้ากกกก
วันนี้เลยตื่นซะสายโด่งเลย ฮ่าๆๆๆ
อ่ะมาต่อภาคสองกันดีกว่านะ
วันนี้พาไปเที่ยวกลางคืนบนดอยกันต่อ นั่นคืองานกินวอนั่นเอง
เทศกาลกินวอ เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวเขาเผ่ามูเซอหรือลาหู่ และลีซอบางส่วน
พวกชาวเขาจะใส่เสื้อผ้าใหม่ ประมาณชุดออกงาน แต่งกันเต็มที่เลย
แล้วพากันออกมาเต้นรอบๆต้น"วอ" เป็นต้นไม้ที่เค้าจะปลูกไว้กลางลานบ้าน
(ป้าดูแล้ว ป้าว่ามันคล้ายๆต้นสนอ่ะนะ)
แล้วก็เต้นวนเวียนไปตามบ้านต่างๆทั้งคืนเลย เป็นการบวงสรวงเทพเจ้า
เค้าจะไม่นอนกันเลยนะ เต้นไปเรื่อยๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้งคืน
มีการจุดพลุ จุดประทัดกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทั้งคืน คึกคักมากๆเลย
หนูน้อยในหมู่บ้านแต่งตัวประชันกันสุดฤทธิ์
โปรดสังเกตรองเท้า ถ้าบ้านไหนพอมีฐานะ
เด็กๆจะใส่รองเท้าผ้าใบแบบที่มีไฟแว๊บๆอ่ะ เป็นของโก้หรูของเค้าเลย
เนี่ย เค้าจะจับมือล้อมวงรอบต้นไม้ แล้วก็เต้นไปเรื่อยๆแบบนี้
งานจะมีไปประมาณ 3 วัน 3 คืนเลยทีเดียว
เจ้าหน้าที่อนามัยเค้าพาไปดู อากาศตอนกลางคืนช่วงนั้นหนาวมากจนควันออกจมูกเลยแหละ
จากนั้นป้าก็รีบกลับมานอนเพราะพรุ่งนี้จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนดอย
ตื่นมาแต่ไก่โห่ นั่งรถไปจุดชมวิวบนดอยสามหมื่น
จากจุดชมวิวที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1700 เมตรอย่างที่บอกไปแล้ว
มองไปทางทิศตะวันออกจะเห็นดอยหลวง ซึ่งเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับสามของประเทศไทย
รองจากดอยอินทนนท์ แล้วก็ดอยผ้าห่มปก
พระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยหลวง
สนสามใบกับดอยหลวง แสดงให้รู้ว่าสูงจริงๆนา อิอิ
ทะเลหมอก งามมากมาย
บรรยากาศหลังพระอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันตก
จากนั้นก็ไปทำงานต่อ ฟัน ฟัน ฟัน ชาวเขาทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ไปหลายราย
ตกเย็นก็นั่งรถย้ายที่พักลงมาที่เมืองคองต่อ เพราะวันรุ่งขึ้นหน่วยจะให้บริการที่นี่
บริเวณบ้านเมืองคองนี้เป็นแอ่งกะทะ เลยทำให้มีหมอกจัดมากๆ
กว่าหมอกจะจางก็เกือบเที่ยงวันเลยทีเดียว
ที่พักอยู่ติดลำน้ำแม่แตง มีล่องแพไม้ไผ่ด้วย
หลังเลิกงานป้าก็ล่องกะเค้าเหมือนกัน สนุกดี
รูปนี้ถ่ายจากบนแพ เสี่ยงต่อชีวิตกล้องมากๆ ทุ่มทุนสร้าง ฮ่าๆๆ
เวิ้งน้ำกลางทาง เหมือนอยู่เมืองจีนเลย
คนถ่อแพอย่างเท่ห์ ใส่กุงเกงก้นห้อยแบบชาวดอย ถูกใจป้า อิอิ
หลังจากนั้นก็เดินกลับที่พัก พระจันทร์ขึ้นแล้ว
ฟ้ากับดาวอยู่ใกล้มากๆ ต่างกับเมืองหลวงจริงๆ
ตกดึกก็ก่อกองไฟกันอีกตามเคย ปิ้งย่างตามสะดวก
กินไปผิงไฟไป มีความสุขจริงๆนะขอบอก
กางเต็นท์นอนกันริมน้ำ โรแมนติกสุดๆ
ตื่นมาตอนเช้ากับบรรยากาศขมุกขมัวเพราะหมอกลง
ป้าก็ขอจบการนำเที่ยวเชียงดาวไว้แต่เพียงเท่านี้
ใครมีโอกาสควรไปเป็นอย่างยิ่ง เดินทางลำบากหน่อย แต่คุ้มสุดๆ
แถมๆ ใยแมงมุมริมคอกวัวที่เมืองคอง อิอิ
แมงมุมพันธุ์ "หื่นสไปเดอร์" หายากมาก มีตัวเดียวในโลก
หาดูได้ที่บล็อกป้าเท่าน้าน....นนนนนนนนนนนนนนน
