เมื่อวานป้าไปช่วยรุ่นน้องผ่าตัดคนไข้ที่อ่างทองมา

กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม เหนื่อยม้ากกกก

วันนี้เลยตื่นซะสายโด่งเลย ฮ่าๆๆๆ

อ่ะมาต่อภาคสองกันดีกว่านะ 

(ใครอยากอ่านภาคแรกเชิญที่นี่)

วันนี้พาไปเที่ยวกลางคืนบนดอยกันต่อ นั่นคืองานกินวอนั่นเอง

เทศกาลกินวอ เป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวเขาเผ่ามูเซอหรือลาหู่ และลีซอบางส่วน

พวกชาวเขาจะใส่เสื้อผ้าใหม่ ประมาณชุดออกงาน แต่งกันเต็มที่เลย

แล้วพากันออกมาเต้นรอบๆต้น"วอ" เป็นต้นไม้ที่เค้าจะปลูกไว้กลางลานบ้าน

(ป้าดูแล้ว ป้าว่ามันคล้ายๆต้นสนอ่ะนะ)

แล้วก็เต้นวนเวียนไปตามบ้านต่างๆทั้งคืนเลย  เป็นการบวงสรวงเทพเจ้า

เค้าจะไม่นอนกันเลยนะ เต้นไปเรื่อยๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้งคืน

มีการจุดพลุ จุดประทัดกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทั้งคืน คึกคักมากๆเลย

หนูงามมั้ยคะ 

หนูน้อยในหมู่บ้านแต่งตัวประชันกันสุดฤทธิ์

รวมหมู่สาวน้อย 

โปรดสังเกตรองเท้า ถ้าบ้านไหนพอมีฐานะ

เด็กๆจะใส่รองเท้าผ้าใบแบบที่มีไฟแว๊บๆอ่ะ เป็นของโก้หรูของเค้าเลย

เต้นวอ 

เนี่ย เค้าจะจับมือล้อมวงรอบต้นไม้ แล้วก็เต้นไปเรื่อยๆแบบนี้

งานจะมีไปประมาณ 3 วัน 3 คืนเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่อนามัยเค้าพาไปดู อากาศตอนกลางคืนช่วงนั้นหนาวมากจนควันออกจมูกเลยแหละ

จากนั้นป้าก็รีบกลับมานอนเพราะพรุ่งนี้จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนดอย

ตื่นมาแต่ไก่โห่ นั่งรถไปจุดชมวิวบนดอยสามหมื่น

จากจุดชมวิวที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1700 เมตรอย่างที่บอกไปแล้ว

มองไปทางทิศตะวันออกจะเห็นดอยหลวง ซึ่งเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับสามของประเทศไทย

รองจากดอยอินทนนท์ แล้วก็ดอยผ้าห่มปก

ดอยหลวง

พระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยหลวง

ดอยหลวง2

สนสามใบกับดอยหลวง แสดงให้รู้ว่าสูงจริงๆนา อิอิ

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก งามมากมาย

หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

บรรยากาศหลังพระอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันตก

จากนั้นก็ไปทำงานต่อ ฟัน ฟัน ฟัน ชาวเขาทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ไปหลายราย

ตกเย็นก็นั่งรถย้ายที่พักลงมาที่เมืองคองต่อ เพราะวันรุ่งขึ้นหน่วยจะให้บริการที่นี่

บริเวณบ้านเมืองคองนี้เป็นแอ่งกะทะ เลยทำให้มีหมอกจัดมากๆ

กว่าหมอกจะจางก็เกือบเที่ยงวันเลยทีเดียว

ที่พักอยู่ติดลำน้ำแม่แตง มีล่องแพไม้ไผ่ด้วย

ลำน้ำแม่แตง

หลังเลิกงานป้าก็ล่องกะเค้าเหมือนกัน สนุกดี

ล่องแพ

รูปนี้ถ่ายจากบนแพ เสี่ยงต่อชีวิตกล้องมากๆ ทุ่มทุนสร้าง ฮ่าๆๆ

ลำน้ำ

เวิ้งน้ำกลางทาง เหมือนอยู่เมืองจีนเลย

แพ

คนถ่อแพอย่างเท่ห์ ใส่กุงเกงก้นห้อยแบบชาวดอย ถูกใจป้า อิอิ

หลังจากนั้นก็เดินกลับที่พัก พระจันทร์ขึ้นแล้ว

ฟ้ากับดาวอยู่ใกล้มากๆ ต่างกับเมืองหลวงจริงๆ

พระจันทร์ขึ้น

ตกดึกก็ก่อกองไฟกันอีกตามเคย ปิ้งย่างตามสะดวก

กองไฟ

กินไปผิงไฟไป มีความสุขจริงๆนะขอบอก

กางเต็นท์นอนกันริมน้ำ โรแมนติกสุดๆ

น่านอนมั้ยล่ะ

ตื่นมาตอนเช้ากับบรรยากาศขมุกขมัวเพราะหมอกลง

หมอกกับสายน้ำ

ป้าก็ขอจบการนำเที่ยวเชียงดาวไว้แต่เพียงเท่านี้

ใครมีโอกาสควรไปเป็นอย่างยิ่ง เดินทางลำบากหน่อย แต่คุ้มสุดๆ

แถมๆ ใยแมงมุมริมคอกวัวที่เมืองคอง อิอิ

แมงมุมยักษ์

แมงมุมพันธุ์ "หื่นสไปเดอร์" หายากมาก มีตัวเดียวในโลก

หาดูได้ที่บล็อกป้าเท่าน้าน....นนนนนนนนนนนนนนน